ยามสนทยาฟ้าหม่นเทา

เมื่อความเหงาปรากฏขึ้นพร้อมหยาดฝนโปรย

เสียอีกไม่นานดอกไม้คงต้องร่วงโรย

กาลเวลาพรากจากจึงดำเนินมาเยือนเยี่ยม

มหานทีพัดพาเม็ดทรายสู่ชายฝั่ง

ในหลายครั้งกอบเกย หลอมรวม สรรสร้าง เป็นปราสาททราย

ดวงดาวเคลื่อนคล้อยโคจรตามวงวัฏ

ประดับฟ้าเป็นรูปรอยร่างดูพร่างพราย

ฉันต้องรอคอยอีกนานเท่าไรเล่า กว่าภาพเหล่านั้นจะปรากฏชัดขึ้นอีกครา

กว่าวันเวลาเหล่านั้นจะเวียนวนมาบรรจบจิต

การเดินทางที่เหนื่อยล้าคงต้องดำเนินต่อไป

โดยไม่มีเธอ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

คงใกล้แล้วสินะ

วันเวลาที่เกลียวคลื่นใหญ่จะเดินทางผ่านมา

ทลาย ทำลายล้าง  ประสาททรายที่เราเคยร่วมก่อ

ด้วยหยาดเหงื่อและหยดน้ำตา

พัดพาผองเราให้จัดกระจายไปทั่วทุกทิศ

รุ่งอรุณเช่นกัน

เดินทางมาถึงโดยไม่กล่าวเตือน

ดาววาวจึงลางเลือน

อาทิตย์จึงค่อยเคลื่อนเข้าที่แทน

 

เมื่อเธอพบเธอจึงพราก

เพราะบางอย่างเมื่อเธอจากเธอจึงรู้

ชีวิตนั้นเวียนหมุนเปลี่ยนเช่นฤดู

มิยั้งอยู่ยืนหยัดยังที่เดิม

รักก็มีเกลียดก็มีอยู่เช่นนั้น

สุขหรือสุขก็ผ่านผันกลับแทนที่

เหมือนคราหนาวโหยหาไออุ่นยามราตรี

เมื่อถึงคราวหนาวหนี เธอกลับคิดถึงน้ำค้างที่หยาดโปรย

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แม้ว่าเธออยากตรึงใครบางคนให้เวียนวนอยู่เช่นนี้

อยากให้มีเสียงหัวเราะยามสุขสม

อยากให้มีใครบางคนปลอบใจยามผิดหวัง

และอยากมีเพื่อนร่วมร้องไห้ในวันที่เศร้าโศก

อย่างไรก็ดีเธอไม่สามารถนำเขาไปกับเธอด้วยเหตุผลต่างๆ

แต่เธอเห็นเขาได้

ถ้าเธอมีจิตใจที่ประดับอยู่ ณ หุบห้วงเดิมแห่งกาลเวลา

แม้ว่าปราสาททรายจะถูกทำลายลง

แต่จะเป็นไรเล่าถ้าทุกเม็ดทรายยังคงจำภาพนั้นได้

หากทุกเม็ดทรายยังมิทิ้งร่องรอยแห่งอดีตกาล

สักวันหนึ่งคลื่นน้ำคงม้วนตัวน้อมนำ

กอบเกยเป็นปราสาททรายอันสวยงามอีกครา

แม้ดาววาวจะลับเลือนในยามอรุณรุ่ง

แต่มิใช่ว่าในยามสนทยาจะมิปรากฏเห็นมิใช่หรือ

หวังเพียงเธอเข้าใจว่าทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปร

แปรเปลี่ยนตามเหตุปัจจัยของธรรมะ

 ณ ขณะนั้นมือของเธอจะไม่ว่างโล่ง

เพราะความทรงจำจะจับมือเธอให้ก้าวเดิน

สู่แสงสว่างสุดปลายอุโมงค์

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ยามสนทยาฟ้าหม่นเทา

เมื่อความเหงาปรากฏขึ้นพร้อมหยาดฝนโปรย

เสียอีกไม่นานดอกไม้คงต้องร่วงโรย

กาลเวลาพรากจากจึงดำเนินมาเยือนเยี่ยม

มหานทีพัดพาเม็ดทรายเข้าสู่ชายฝั่ง

ในหลายครั้งกอบเกย หลอมรวม เป็นปราสาททราย

ดวงดาวเคลื่อนคล้อยโคจรตามวงวัฏ

ประดับฟ้าเป็นรูปรอยร่างดูพร่างพราย

ฉันต้องรอคอยอีกนานเท่าไรเล่า กว่าภาพเหล่านั้นจะปรากฏชัดขึ้นอีกครา

กว่าเวลาเหล่านั้นจะเวียนวนมาบรรจบจิต

การเดินทางที่เหนื่อยล้าคงต้องดำเนินต่อไป

แม้ว่าจะไม่มีเธอเดินเคียงข้าง

แต่ฉันยังมีเธออยู่เสมอ

ในความทรงจำ

 รัก

An 2801

Comment

Comment:

Tweet

แปลกดี ศิลป์เกินนน ขี้เกียจใช้สมองนั่งคิด แต่ก็ถือว่าสื่อได้ดี มันประมาณ บทความที่แปลมาจาก บทกลอนต่างประเทศ อะ สื่ออารมแบบเนี่ยยย ตอนนี้ชักอยากรู้ตัวตนใต้หน้ากากของหริด ว่าจะเป็นเช่นไรแล้วสิ

#6 By ภูมิ (118.173.102.43) on 2009-06-21 21:43

ยังไงปราสาททรายก็ไม่หวนคืน

ทำไมต้องคำว่าเยือนเยี่ยม

Art มากๆ พ้องชื่อตัวเอง...

OK...

#5 By Ex CHOIR Pres. (61.90.83.83) on 2009-06-21 20:24

งานเขียนชิ้นแรกที่กูอ่านแล้วอินไปกับมึง ซึ้งว่ะ big smile

#4 By tinysocks (125.24.61.45) on 2009-05-21 21:49

มองไปยังเส้นขอบฟ้า

จงรอคอยการกับมาของพวกพ้อง

#3 By ToR (58.9.81.184) on 2009-05-11 23:17

เยี่ยม บรรยายความรู้สึกได้เจ๋งเลย

#2 By Fern (58.9.145.43) on 2009-05-11 23:02

เยี่ยมม..
โคดตุ๊ด เอ้ยย.. โคดติ๊ดเรยอ้ะ
เยี่ยมม...แมนมากกก...><

แด่ ความรักเรา AN2801

#1 By LinG (58.9.43.196) on 2009-05-07 20:53