ไม่มีชื่อ เเต่งเล่นๆ

posted on 17 Jun 2009 23:20 by hthongwit

บางเวลาป่าเเห่งนี้ก็เงียบกริบเหมือนกับสิ้นสุดการเผชิญศึก ระหว่างการขันเเข่งกันเอาชีวิตรอดของเหล่าพฤกษพรรณที่เบียดเสียดยัดเยียดจนทำให้ป่าเเห่งนี้ดูเหมือนถ้ำขนาดย่อม บรรยากาศเหล่านั้นเต็มไปด้วยมนต์สะกดเเละความลึบลับบางอย่าง หมอกที่เลียดเเตะเฉียดขา น้ำค้างบนยอดต้นไม้ หรือไอน้ำที่ลอยวนเหมือนว่ากำลังจะหยุดวัฒจักรการก่อกำเนิด พวกนั้นเป็นภาพที่คุ้นชินสำหรับนักเดินทางผู้กร่ำเเดดกร่ำฝนเดินทางเสียค่อนชีวิต เเม้เคยมีผู้ไต่ถามว่ามีสิ่งสลักสำคัญใดรออยู่ ณ ม่านเถาวัลย์หรือ ณ พุ่มไม้เตียนข้างหน้า หรือไม่ก็หลังเขาสูงทะมึนเหล่านั้น คำตอบก็มิอาจอธิบายได้ มันไม่ใช่ มันไม่ใช่การเดินทางภายนอก สิ่งต่างๆนั้นล้วนเเต่เกิดจากการพบปะจิตวิญญาณ เเต่ในความจริงจิตวิญญาณมิอาจพบปะได้ ถ้าไม่มีรูปธรรมยึดเกาะเกี่ยวสร้างพันธนาการ ผู้ใดเล่าจะสามารถพบรักได้ ถ้ามีผ่านการจูงมือ การโอบกอดสัมผัสกายากับคู่รักของตนเอง คงต้องใช้เวลาเสียนานกว่าการผละซึ่งพันธนาการจะเกิดขึ้น เเละพบว่าความสงบที่เเท้จริงไม่ได้เกิดจากเครื่องเเต่งรุ่มร่ามภายนอก เเต่เกิดจากจิตใจ ความรัก ความอาทร ความสงบ นั่นเกิดมาจากจิตใจของตนทั้งสิ้น เมื่อคิดได้เช่นนั้นการเดินทางจึงไม่ใช่การพบพานเเม่น้ำมหัศจรรย์ การข้ามพิชิตภูเขาสูงเสียดฟ้า การเดินทางเป็นล้านไมล์ เเต่คือการหยุดอยู่ที่ใจของตนเพียงใจเดียว

การท่องเที่ยวที่สนุกที่สุดคือการค้นพบว่าใจของเรามีรัก เเละความฉงนอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

พวกนักเดินทางพูดเช่นนั้น ข้าพเจ้าก็ฟังเสียประมาณหนึ่ง มิได้ตัดสินใจว่าผิดหรือถูกประการใด พวกเขามักจะพูดเรื่องราวไร้สาระให้ข้าพเจ้าฟังอยู่บ่อยๆขณะกำลังร่ำสุรา หลายครั้งข้าพเจ้าไปที่นั่นโดยไร้ซึ่งความต้องการหรือจุดประสงค์ที่เเน่ชัด เเต่การไปฟังพวกเมาสุราพูดคงเป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ เหมือนกับการกินข้าวสามเวลาทั้งที่ยังมิรู้สึกกระหายโหยหิว เพราะอย่างน้อยกิจวัตรก็ช่วยเติมเต็มครึ่งหนึ่งของเศษซาก(เป็นคำที่ใช้เรียกขานร่างกายของข้าพเจ้า) ลงด้วยความเป็นมนุษย์กึ่งหนึ่งเพราะมนุษย์ในความเชื่อของข้าพเจ้าคือการตัดคำว่าเหตุผลออกให้ได้มากที่สุดคือการดำรงตนใกล้เคียงกับการเป็นมนุษย์มากที่สุด

นักเดินทางชราจึงทำเเทบทุกอย่างโดยถือใจเป็นใหญ่หรือไม่เเน่ว่าตรรกกะของพวกเขาอาจจะกำลังบังคับข่มใจให้เพิกเฉยต่อบทบัญญัติทั้งต่อโลก หรือต่อความเป็นมนุษย์ของเขาเอง หลายครั้งเราจึงเห็นควันบุหรี่สีเทาหม่นล่องลอยอย่างไร้ทิศทาง วิ่งวนไปมาอยู่เหนือหัว เสียงกระทบกันของเเก้วเหล้า เสียงก่นด่าสาบเเช่งกันเองด้วยภาษาหยาบคายที่บางครั้งเสียดเเทงเเก้วหูจนทนรับฟังไม่ได้

 

edit @ 3 Jul 2009 22:35:02 by The grumbling old man

Comment

Comment:

Tweet

เรื่อยๆนะมึง

#1 By FErn (210.203.176.202) on 2009-07-12 23:04